บทความ

KEYWORD

 ขอยกร้านสะดวกซื้อ 7-11 เป็นตัวอย่าง เพราะร้าน 7-11 แต่ละร้าน ก่อนจะเปิดได้ไม่ใช่มีเงินแล้วจะเปิดได้ สิ่งที่บริษัทแม่ต้องนำไปพิจารณาเป็นอันดับแรกคือ "ทำเล" ดังนั้นถ้าทำเลไม่ดีก็มีสิทธิโดนปฏิเสธ ถ้าทำเลดีจึงจะมีสิทธิ์ได้เปิด และวันดีคืนดี บริษัทแม่อาจมาเปิดร้านข้างๆ แข่งกับคุณ ได้เช่นกัน เหตุผลคือ "ทำเล" ดีนั่นเอง

.
ทำเลบนโลกของจริง แบบร้าน 7-11 คือทำเลแบบออฟไลน์ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ ซึ่งความจริงแล้ว บนโลกออนไลน์ ก็มี "ทำเล" ด้วยเช่นกัน นั่นคือ "Keywords" ซึ่งทำเลทั้ง 2 แบบ ต่างต้องใช้วิสัยทัศน์ในการค้นหา แต่เป็นวิสัยทัศน์คนละแบบ
.
การหา "ทำเล" บนโลกออนไลน์ มีกระบวนการที่ไม่ยุ่งยาก เงื่อนไขคือ ต้องรู้และเข้าใจ 3 สิ่งคือ
.
1. รู้จักตัวเอง คือรู้จักจุดอ่อน จุดแข็ง สินค้า/บริการของตน แล้วเปลี่ยน จุดแข็ง ให้เป็นทำเล (Keywords)
.
2. รู้จักลูกค้า คือต้องรู้จักว่าลูกค้าของเราคือใคร ยิ่งรู้จักละเอียดเท่าไรยิ่งดี เช่น เพศ อายุ อาชีพ การศึกษา ชอบ ไม่ชอบอะไร ซึ่งเรียกว่า Personal Data
.
3. รู้จักคู่แข่ง ค่ือต้องรู้ว่าคู่แข่งกำลังวิ่งไปด้วยทิศทางไหน ความเร็วเท่าไร (เป็นการอุปมานะครับ - ไปวิเคราะห์เพิ่มเติมเอา)
.
ทั้ง 3 ข้อนี้เคยอธิบายเบื้องต้นไว้ในบทความก่อนหน้าแล้ว ในหัวข้อ Google Ad ลองไปอ่านเพิ่มเติมนะครับ
.
ข้อดีของ "ทำเลออนไลน์" คือ สินค้า/บริการ หนึ่งตัว สามารถสร้างหรือใช้ Keywords ได้มากกว่าหนึ่งคำ ซึ่งจะต่างจาก ทำเลแบบออฟไลน์ ที่ลงหลักปักฐานตรงที่ใดแล้ว ก็จะอยู่ตรงนั้นตลอด
.
ดังนั้น จำนวน "ทำเลออนไลน์" หรือจำนวน Keywords ที่จะนำมาใช้ จะมากน้อยอย่างไร ขึ้นอยู่กับ วิธีคิด และไอเดีย โดยใช้กรอบพื้นฐาน 3 ข้อที่อธิบายไปก่อนหน้า
.
การมี Keywords ให้กับ สินค้า/บริการ ยิ่งมากเท่าไรยิ่งดี แต่จะต้องเป็น Keywords ที่สามารถใช้เป็น "ทำเลทอง" ได้ โดยวัดคุณภาพจาก
.
1. ปริมาณการค้นหาในแต่ละวัน
2. ลักษณะของคำที่ใช้ ว่าเป็นแบบใด เพื่อจะดูว่า ถ้ามีการค้นหาแล้ว มีโอกาสจะได้ลูกค้าใหม่มากน้อยแค่ไหน (ถึงแม้จะมีการค้นหาไม่มากก็ตาม)
3. คำที่ใช้ ต้องสอดคล้องกับ สินค้า/บริการ
.
เรื่องของ Keywords มีรายละเอียดที่ต้องพูดอีกเยอะ แต่ไม่ยาก เป็นเรื่องของความละเอียดอ่อนในมุมมองของการคิด และวิสัยทัศน์
.
คราวหน้า เรียนรู้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงประเภทของ Keywords และ ผลที่จะได้รับจาก Keywords ในแต่ละประเภทกันครับ